บทที่ 8 เกราะป้องกันแห่งเซียวอ๋อง

สามวันให้หลัง ข่าวการทุ่มเงินจำนองตระกูลเพื่อกว้านซื้อสัมปทานเหมืองหยกของมู่หรงจิ่นได้กลายเป็นที่โจษจันไปทั่วเมืองหลวง มู่หรงจิ่นพองขนด้วยความฮึกเหิม นึกว่าตนเองกำลังจะได้ขึ้นเป็นคหบดีใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตระกูลลี่ เขาจึงเดินทางมาข่มขู่ลี่อิงหลันถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลลี่พร้อมด้วยผู้ติดตามกลุ่มใหญ่

"ลี่อิงหลัน!" มู่หรงจิ่นตวาดเสียงดัง ยืนเอามือขัดหลังด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งอยู่ตรงลานหน้าประตูจวน "ก้าวออกมาเจรจากับข้าบัดเดี๋ยวนี้!"

ลี่อิงหลันเดินออกมาพร้อมกับเสี่ยวชุ่ย นางสวมชุดงดงามสีฟ้าอ่อนเรียบหรู สายตาเยือกเย็นมองบุรุษผู้หลงผิดตรงหน้าอย่างเปรียบเปรย

"คุณชายมู่หรงมาตะโกนโวยวายหน้าประตูจวนผู้อื่นเช่นนี้ ช่างไร้การอบรมยิ่งนัก มีเรื่องอันใดก็เอ่ยมา" ลี่อิงหลันกล่าวเสียงเรียบ

มู่หรงจิ่นหัวเราะเย้ยหยัน "ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า! สัมปทานเหมืองหยกชายแดนทักษิณบ่อน้ำมันของตระกูลเจ้า บัดนี้ตกอยู่ในมือของข้าเรียบร้อยแล้ว! หากเจ้าและตระกูลลี่ไม่อยากพินาศย่อยยับ จงคุกเข่าลงยอมรับผิดเรื่องที่ทำไว้กับลี่ว์เอ๋อร์ แล้วก้มหัวยกทรัพย์สินครึ่งหนึ่งให้ข้าเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะใช้เส้นสายตัดขาดเส้นทางการค้าของเจ้าให้หมด!"

เสี่ยวชุ่ยหน้าเสียด้วยความตกใจ ทว่าลี่อิงหลันกลับยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเวทนาความโง่เขลาของเขา

"คิดว่ากุมสัมปทานเหมืองร้างนั้นแล้วจะข่มขู่ข้าได้หรือ?" ลี่อิงหลันแค่นหัวเราะเบาๆ "มู่หรงจิ่น เจ้ามันโง่กู้วิกฤตไม่กลับจริงๆ..."

"เจ้าตบตาข้าไม่ได้หรอก!" มู่หรงจิ่นโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง ก้าวขู่เข้าหาลี่อิงหลัน "เจ้าบังอาจมาด่าข้า! วันนี้ข้าจะสั่งสอนสตรีจองหองเช่นเจ้าให้รู้สำนึก!"

มู่หรงจิ่นเงื้อมมือขึ้นหมายจะคว้าไหล่ของลี่อิงหลันเพื่อบีบบังคับ!

หมับ!

ทว่า มือของเขายังไม่ทันได้สัมผัสแม้แต่ชายเสื้อของนาง ข้อมือของมู่หรงจิ่นก็ถูกฝ่ามือหนาอันแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กตะปบจับไว้แน่น! แรงบีบมหาศาลส่งผลให้กระดูกข้อมือของมู่หรงจิ่นส่งเสียงดังก้องจนเจ้าตัวต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

"อ๊ากกกก!"

เงาร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักดิ้นทองทรงอำนาจก้าวเข้ามาบดบังร่างของลี่อิงหลันไว้มิดชิด บารมีอันน่าสะพรึงกลัวและรังสีฆาตฟันผ่าแผ่ซ่านออกมาจนผู้ติดตามของมู่หรงจิ่นต้องสั่นสะท้านและถอยกวนออกไปทันที

เซียวอ๋อง 'เซียวจ้าน'!

"บังอาจ!" เซียวจ้านเอ่ยเสียงต่ำเยือกเย็นราวกับมาจากลึกสุดของนรก "สตรีแห่งตระกูลลี่... คือผู้ที่เปิ่นหวางให้การคุ้มครอง คลองเมืองชั้นต่ำอย่างเจ้า กล้าดียังไงจะมาใช้กำลังกับนางต่อหน้าธารกำนัล!"

เซียวจ้านสะบัดมือออกอย่างแรง ส่งผลให้มู่หรงจิ่นล้มพับลงไปกองกับพื้นในสภาพหมดท่า

มู่หรงจิ่นกุมข้อมือที่เขียวช้ำ กวาดสายตามองเซียวอ๋องด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวสุดขีด "ทั้... ท่านอ๋อง! เหตุใดท่านจึงต้องออกรับแทนสตรีผู้นี้ด้วยพะยักค่ะ! นางมันก็แค่..."

"ปิดปากของเจ้าซะ!" เซียวจ้านตวาดเสียงกังวาน สายตาคมกริบจ้องลึกลงไปราวกับจะกรีดหัวใจมู่หรงจิ่นเป็นชิ้นๆ "หากปากของเจ้ายังคงเอื้อนเอ่ยถ้อยคำลบหลู่ลี่อิงหลันอีกแม้แต่คำเดียว เปิ่นหวางจะสั่งตัดลิ้นของเจ้าเสียเดี๋ยวนี้!"

ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วลานหน้าจวน มู่หรงจิ่นหน้าซีดไร้สีเลือด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เขาไม่เคยเห็นเซียวอ๋องผู้เงียบขรึมและไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของใคร จะออกตัวปกป้องสตรีคนใดอย่างดุดันและเปิดเผยขนาดนี้มาก่อน!

เซียวจ้านหมุนตัวกลับมาห้าลี่อิงหลัน รังสีฆาตเมื่อครู่พลันหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาอบอุ่น อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความปกป้อง เขายื่นมือหนาไปกุมมือเล็กของนางไว้อย่างทะนุถนอมต่อหน้าสายตาของทุกคน

"อิงหลัน เจ้าเป็นอันตรายหรือไม่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด

ลี่อิงหลันมองสบตากับเซียวจ้าน หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความซาบซึ้ง ชาติก่อนนางต้องเผชิญหน้ากับความดุร้ายและใจดำของมู่หรงจิ่นเพียงลำพัง ทว่าชาตินี้... กลับมีบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้นมายืนอยู่ตรงหน้าเพื่อเป็นเกราะป้องกันให้นางอย่างไม่หวาดหวั่นสิ่งใด

"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ... ขอบพระทัยท่านอ๋อง" ลี่อิงหลันส่งยิ้มอ่อนหวานให้เขา

เซียวจ้านหันกลับไปมองมู่หรงจิ่นที่นอนสั่นระริกอยู่บนพื้น เอ่ยคำพิพากษาด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "จำใส่หัวของเจ้าไว้ มู่หรงจิ่น... นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การแตะต้องลี่อิงหลัน เท่ากับการเป็นศัตรูกับเปิ่นหวางและกองทัพเซียวอ๋องทั้งหมด! ไสหัวไปซะ!"

มู่หรงจิ่นรีบกระโจนลุกขึ้นด้วยความลนลาน ประคองข้อมือที่เจ็บปวดรวดร้าวแล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับผู้ติดตามอย่างหมดสภาพ

ลี่อิงหลันมองตามหลังเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเซียวจ้านที่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากนาง รอยยิ้มแห่งความมั่นใจและอบอุ่นเริ่มฉายชัดขึ้น ศึกครั้งนี้นางมิได้เดินเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป